เปรียบเทียบประกาศ

กรมทางหลวงทุ่ม 7 หมื่นล้าน ผุดมอเตอร์เวย์ “ท่าเรือแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี” ระยะทาง 125 กม. เสริมแกร่งอีอีซี

กรมทางหลวงทุ่ม 7 หมื่นล้าน ผุดมอเตอร์เวย์ “ท่าเรือแหลมฉบัง-ปราจีนบุรี” ระยะทาง 125 กม. เสริมแกร่งอีอีซี

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 กรมทางหลวง (ทล.) จัดสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการ (การประชุมใหญ่ ครั้งที่ 3) โครงการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย ชลบุรี -หนองคาย ตอน ชลบุรี (ท่าเรือ แหลมฉบัง )-ปราจีนบุรี (ทางหลวงหมายเลข 359) ภายใต้โครงการศึกษาจัดทำแผนกลยุทธ์การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย

เพื่อนำเสนอผลสรุปการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ทั้งเศรษฐกิจ วิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยมีผู้สนใจทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนตัวแทนภาคประชาชนและสื่อมวลชนในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ปราจีนบุรี

โครงการศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐกิจวิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายชลบุรี-หนองคาย ตอน ชลบุรี (ท่าเรือแหลมฉบัง) – ปราจีนบุรี (ทางหลวงหมายเลข 359) เป็นส่วนหนึ่งของ โครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายชลบุรี-หนองคาย ตามแผนกลยุทธ์การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศไทย

ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ที่มีความสำคัญสูง ในการรองรับการเดินทางของประชาชนและภาคการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับแนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้น บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และไปสิ้นสุดบริเวณทางหลวงหมายเลข 359 รวมระยะทางประมาณ 125 กม. ครอบคลุมพื้นที่ศึกษาจำนวน 3 จังหวัด 10 อำเภอ

ประกอบด้วย จ.ชลบุรี ได้แก่ อ.บางละมุง อ.ศรีราชา อ.หนองใหญ่ อ.บ้านบึง อ.บ่อทอง และ อ.เกาะจันทร์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ อ.แปลงยาว อ.สนามชัยเขต และ อ.พนมสารคาม และ จ.ปราจีนบุรี ได้แก่ อ.ศรีมหาโพธิ

โดยแบ่งเป็น 2 ตอน ดังนี้ ตอน 1 ชลบุรี (ท่าเรือแหลมฉบัง) – ทางหลวงหมายเลข 3340 ระยะทางประมาณ 63.4 กิโลเมตร ตอน 2 ทางหลวงหมายเลข 3340 – ปราจีนบุรี (ทล.359) ระยะทางประมาณ 60.6 กิโลเมตร

สำหรับรูปแบบการก่อสร้างโครงการ ประกอบด้วย รูปแบบทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร (ช่วง กม.66+750 กม.124.065) รูปแบบทางหลวงขนาด 6 ช่องจราจร (ช่วง กม.9+250 ถึง กม.66+750) รูปแบบทางหลวงขนาด 8 ช่องจราจร (ช่วง กม.0+000 ถึง กม.9+250) และรูปแบบทางหลวงยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร (ช่วง กม.17+900 ถึง กม.29+100) และมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง จำนวน 6 แห่ง อยู่บริเวณทางแยกต่างระดับ ประกอบด้วย ด่านศรีราชา ด่านบ่อวิน ด่านหนองใหญ่ ด่านบ่อทอง ด่านสนามชัยเขต และด่านศรีมหาโพธิ

สำหรับการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม โครงการได้ศึกษาสภาพแวดล้อมในปัจจุบันของพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง เพื่อนำไปวิเคราะห์ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยได้กำหนดมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุมตลอดระยะก่อสร้าง เช่น การติดตั้งกำแพงกันเสียงชั่วคราวแบบเมทัลชีทในช่วงก่อสร้าง การออกแบบและก่อสร้างสะพานข้ามลำน้ำ โดยไม่ก่อสร้างตอม่อลงในแหล่งน้ำการจัดทำแนวป้องกันน้ำฝน รวมทั้งติดตั้งรั้วดักตะกอนเพื่อป้องกันการชะล้างตะกอนดินลงสู่แหล่งน้ำ กำหนดให้มีการฉีดพรมน้ำอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง กำหนดให้มีการขุดล้อมต้นไม้เพื่อย้ายไปปลูกบริเวณแขวงการทางชลบุรีที่ 2 กำหนดแผนการจัดจราจรช่วงก่อสร้าง

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบและก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบด้านการแบ่งแยกชุมชน เช่น ทางลอด ทางเชื่อมชุมชน และทางบริการ กำหนดให้มีการจัดประชุมผู้ถูกเวนคืน กำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนตลอดการก่อสร้างโครงการ เป็นต้น ส่วนมาตรการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบในช่วงดำเนินการ เช่น การติดตั้งกำแพงกันเสียงแบบอคริลิคใส และแผนปฏิบัติการกรณีสารเคมีรั่วไหลเมื่อเปิดดำเนินการ เป็นต้น

ด้านการศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของโครงการพบว่ามีอัตราส่วนผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ (EIRR) เท่ากับร้อยละ 13.4มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) เท่ากับ 11,902.74 ล้านบาท และค่าอัตราส่วนระหว่างมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ต่อค่าใช้จ่าย (B/C Ratio) เท่ากับ 1.2 ค่าลงทุนโครงการอยู่ที่ประมาณ 70,854.8 ล้านบาท (ประมาณราคา ณ ปี พ.ศ.2560)

ทั้งนี้ เมื่อการพัฒนาเส้นทางนี้แล้วเสร็จ จะช่วยให้การเดินทางและขนส่งสินค้าตามแนวเส้นทางมีความสะดวก รวดเร็ว ลดอุบัติเหตุ และช่วยบรรเทาปัญหาจราจรคับคั่งบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ช่วงทางแยกต่างระดับหนองขาม -ท่าเรือแหลมฉบัง และในแนวทางหลวงหมายเลข 3 (ถ.สุขุมวิท) ช่วงทางแยกต่างระดับแหลมฉบัง-คลองบางละมุง ที่จะมีปริมาณจราจรเพิ่มมากขึ้นตามการเจริญเติบโตของประเทศในอนาคต

ที่สำคัญยังเป็นเส้นทางที่รองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เพื่อเชื่อมต่อการค้าการลงทุนและการเดินทางระหว่างประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ ภายหลังการศึกษาครั้งนี้ กรมทางหลวงจะนำข้อคิดเห็นไปประกอบผลการศึกษาให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

img

mayjung007

    โพสที่เกี่ยวข้อง

    กรุงไทยหนุนคนไทยมีบ้าน….

    ...

    อ่านต่อไป
    mayjung007
    โดย mayjung007

    ครม. อนุมัติ 145.3 ล้าน! ศึกษารถไฟทางคู่ ‘อีอีซี’

    รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล...

    อ่านต่อไป
    mayjung007
    โดย mayjung007

    “ศุภาลัย” บุกอสังหาฯ ชลบุรี ผุด “ศุภาลัยพรีโม่ บางแสน”

    ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม “ศุภาลัย”...

    อ่านต่อไป
    mayjung007
    โดย mayjung007

    เข้าร่วมการสนทนา